• Dream Rev

9 หลักการเลือก Dropship Suppiler อย่างไรไม่ให้พลาด

July 24, 2018

หากจะพูดถึงการทำธุรกิจออนไลน์ หนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้นการทำธุรกิจออนไลน์แบบ Dropship ที่ผู้ทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องจัดส่ง ไม่ต้องมีค่าเช่า หรือแทบจะไม่ต้อง มีต้นทุนอะไรเลยนอกจากค่าการทำการตลาด และธุรกิจ Dropship นี้กำลังเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะมีรายได้เสริมอีกช่องทางแบบไม่รบกวนงานประจำหรือเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่อยากเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้แบบไม่ต้องลงทุนมาก 

 

แต่จากสถิติที่ผ่านมา คนกว่า 90% กลับไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบซื้อมาขายไป หรือการทำแบบ Dropship โดยสาเหตุหลักๆนั้นมาจากปัญหาที่เกิดจากตัวผู้ผลิตที่ไม่สามารถสนับสนุนการทำงานได้อย่างเต็มที่ อาจจะไม่มีข้อมูลช่วยสนับสนุนในการทำงานได้อย่างเพียงพอ หรือปัญหาเรื่องของคุณภาพของสินค้าที่ไม่ได้มาตราฐาน หรือปัญหาในเรื่องของการแพคและจัดส่งสินค้าที่ไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายที่เป็นคนทำการตลาดสินค้าเหล่านั้นได้รับผลกระทบจนสุดท้ายก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างที่วางแผนไว้จนต้องปิดกิจการไปหรือเลิกลากันไป 

 

ดังนั้นหากวันนี้คุณเป็นหนึ่งคนที่อยากจะเข้ามาเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์แบบ Dropship สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือก Dropship Supplier ที่สามารถช่วยให้คุณสามารถทำธุรกิจได้ง่ายดายและยั่งยืน โดยหลักการเลือก Dropship Supplier สำหรับการทำ Dropship นั้นคุณควรต้องพิจารณาถึงปัจจัยเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อนที่จะลงทุนทำการตลาดกับสินค้าเหล่านั้น ถ้าคุณไม่อยากจะเจ๊งก่อนเจี๊ยะ มาดูกันว่ามีหลักการอะไรบ้าง

 

1. คุณภาพของสินค้า (Quality)

ลองนึกดูว่าหากวันนี้คุณทำการตลาดออกไปและคุณมีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรสั่งซื้อสินค้าของคุณอย่างต่อเนื่อง แต่อยู่มาวันนึงกลับพบว่าสินค้าที่เคยสั่งมาขายกลับไม่ได้คุณภาพเหมือนอย่างที่เคยได้มา พอสินค้าไปถึงมือลูกค้าแล้ว นอกจากคำต่อว่าที่คุณจะได้รับจากลูกค้าที่เชื่อใจคุณแล้วสุดท้ายลูกค้าก็จะเปลี่ยนใจไปซื้อกับคนอื่นในที่สุด ก็จะส่งผลให้คุณจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาอย่างต่อเนื่องเพราะต้องคอยหาลูกค้าใหม่อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการเลือกสินค้าเลยก็คือ คุณภาพของสินค้าที่ต้องได้มาตราฐานแบบเดียวกันในทุกๆครั้งที่เราสั่งไป แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าคุณภาพของสินค้าเหล่านั้นได้มาตราฐาน ถ้าให้ดูง่ายที่สุดก็จะเป็นเรื่องการรับรองคุณภาพตามมาตราฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ISO, GMP หรือ การได้รางวัลจากสถาบันกลางต่างๆ อย่างน้อยถ้าคุณไม่รู้อะไรเลย มาตราฐานเหล่านี้ก็ยังช่วยรับรองคุณภาพของสินค้าได้ในระดับนึงดีว่าสินค้าที่ไม่มีมาตราฐานอะไรเลย 

 

2. มาตราฐานของ Dropship Supplier (Standard)

สินค้าที่ได้มาตราฐานนั้นจะต้องถูกผลิตมาจากโรงงานที่ได้มาตราฐานด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าเป็นไปได้คุณควรจะต้องดูไปถึงโรงงานผุ้ผลิตสินค้าเหล่านั้นว่ามีมาตราฐานการผลิตอย่างไรบ้าง ขั้นตอนการผลิตในแต่ละส่วนเป็นอย่างไร วัตถุดิบที่ใช้ในการทำสินค้ามาจากไหน มีโอกาสที่จะลดคุณภาพของสินค้าไหม มีระบบดูแลทั้งก่อนและหลังการขายให้คุณด้วยหรือเปล่า หากสินค้ามีปัญหาจะคุณจะทำอย่างไรได้บ้าง ระบบจัดการภายในต่างๆได้รับการรองรับอะไรไหม

 

สิ่งเหล่านี้อาจจะดูเหมือนไม่จำเป็นต้องพิจารณาก็ได้ ถ้าคุณเพียงแค่ทำธุรกิจในระยะสั้น แต่หากวันนี้คุณอยากจะทำธุรกิจออนไลน์ในระยะยาว สิ่งที่คุณควรต้องพิจารณาให้ดีก็คือ Dropship Supplier ของคุณจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีและได้มาตราฐานแบบนี้ให้คุณได้อีกนานแค่ไหน เพราะนั้นจะช่วยทำให้คุณสามารถมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่คุณจะไม่ต้องมาคอยปวดหัวในเรื่องของคุณภาพของสินค้าอีกต่อไป ทำให้คุณสามารถทำการตลาดได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

 

4. มีนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Innovation)

สินค้าที่มีนวัตกรรมจะทำให้คุณเป็นเจ้าตลาด เพราะลูกค้าจะต้องมาซื้อกับคุณเท่านั้น เพราะฉะนั้น Dropship Supplier ของคุณควรจะต้องมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ควรจะออกสินค้าใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณสามารถทำการตลาดกับลูกค้าโดยที่ตลาดไม่เต็ม หากวันนี้คุณเอาแต่ขายสินค้าแบบเดียวกันไปเรื่อยๆ สักพักตลาดก็จะเต็มลูกค้าก็จะค่อยๆลดไป แต่หากวันนี้คุณมีสินค้าที่จะทำการตลาดใหม่ๆอยู่ตลอดเวลานั้นหมายความว่าคุณเองก็จะมีรายได้เข้ามาอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน

 

5. การรับประกัน (Warranty)

 

การรับประกันเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่คุณจะต้องพิจารณาถ้าคุณจะทำธุรกิจออนไลน์ เพราะบนโลกออนไลน์หากคุณขายสินค้าที่มีคุณภาพและมีการรับประกันจะช่วยทำให้ลูกค้าของคุณเกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้า และหากสินค้ามีปัญหาคุณเองก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ

 

4. ข้อมูล/สื่อที่ใช้ในการทำการตลาด (Digital Content)

การทำการตลาดบนโลกออนไลน์สามารถทำได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Content Marketing, การตลาดแบบรูปภาพหรือ Infographic, Video Marketing ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญที่จะใช้ในการโฆษณาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของคุณรู้จักสินค้าของคุณและเกิดความสนใจในสินค้าหรือบริการได้ ถ้า Dropship Supplier ไม่ได้เตรียมพร้อมข้อมูลที่เป็น Digital Content เหล่านี้ไว้ให้ คุณเองที่เป็นคนทำการตลาดจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำสื่อต่างๆเหล่านี้ขึ้นมาและยังเสียเวลาในการออกแบบอีกด้วย และข้อมูลสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ Catalog ของสินค้าและตารางราคาของสินค้าทั้งหมดที่ Dropship Supplier ต้องเตรียมไว้ให้ตัวแทน เพื่อความสะดวกในการจัดการและใช้ในการทำการตลาด

 

5. การจัดส่งสินค้า (Logistic)

หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญและเป็นจุดเด่นของการทำธุรกิจออนไลน์แบบ Dropship นั้นก็คือ การที่ตัวแทนไม่ต้องแพคสินค้าและจัดส่งสินค้าด้วยตัวเอง หลังจากที่ลูกค้าทำการสั่งสินค้ามาที่คุณแล้ว สิ่งที่ลูกค้าต้องการอันดับแรกเลยนั้นก็คือ Tracking Number เพราะฉะนั้น Dropship Supplier ต้องเตรียมสินค้าให้พร้อมการจัดส่งหลังจากที่รับคำสั่งซื้อจากคุณแล้ว เพราะยิ่งส่งไวเท่าไร ก็ยิ่งจะได้ใจลูกค้าเท่านั้น

 

6. ความสะดวกในการชำระเงิน (Payment Method)

หลังจากที่ลูกค้าได้ตัดสินใจซื้อสินค้ากับคุณแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้สะดวกและรวดเร็วที่สุดก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ และช่องทางการชำระเงินต้องสะดวก หลากหลายและปลอดภัย ซึ่งการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าก็มีหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นชำระด้วยบัตรเครดิต การโอนเงินผ่านธนาคาร การเก็บเงินปลายทาง หรือการชำระผ่าน Paypal หาก Dropship Supplier ของคุณมีช่องทางการรับชำระเงินที่หลาหลายก็จะช่วยให้คุณสามารถปิดการขายได้อย่างง่ายดาย แต่หากคุณเองที่เป็นคนรับชำระเงินโดยตรงจากลูกค้าและมีช่องทางการรับชำระที่ไม่หลากหลายก็อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากกับลูกค้าและเขาอาจจะเปลี่ยนใจไปที่อื่นก็เป็นได้

 

7. ระบบการสนับสนุนต่างๆ (Support System)

จะดีกว่าไหม?​ ถ้าวันนี้คุณเองที่เป็นตัวแทนทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว คือ "ทำการตลาดออนไลน์" ให้เกิดการซื้อ/ขาย และปล่อยให้ระบบหลังบ้านทั้งหมดเป็นหน้าที่ของ Dropship Supplier เพราะฉะนั้น Dropship Supplier ที่ดีจะต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานให้กับตัวแทนแบบครบวงจร เริ่มต้นตั้งแต่ ระบบการสมัครสมาชิก ระบบการสอนทำการตลาด ระบบช่วยกระจายสินค้า ระบบชำระเงิน ระบบรับคำสั่งซื้อ ระบบจัดส่งสินค้า ระบบดูแลลูกค้า ระบบบัญชี และระบบต่างๆที่จะช่วยสนับสนุนให้ตัวแทนทำงานได้อย่างง่ายดาย เพราะในการทำธุรกิจออนไลน์ ยิ่งตัวแทนทำงานน้อยเท่าไร ยิ่งสร้างยอดธุรกิจได้มากเท่านั้น

 

8. การควบคุมราคา (Price Controls)

หนึ่งในปัญหาของคนทำธุรกิจออนไลน์ที่มีสินค้าแบบเดียวกันนั้นก็คือ เรื่องของการแข่งขันในด้านราคา หาก Dropship Supplier นั้นไม่มีนโยบายในการควบคุมราคา สุดท้ายแล้วจะทำให้คุณเองที่เป็นตัวแทนของเขาจะต้องมาแข่งขันกับตัวแทนคนอื่นด้วยราคาขายของสินค้าและตัวแทนที่ไม่ได้มีสายป่านยาว ก็จะไม่สามารถอยู่ในธุรกิจออนไลน์แบบนี้ได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันและทำให้ตลาดราคาของสินค้าไม่เสีย Dropship Supplier ก็ควรจะมีการควบคุมราคาของสินค้าที่เท่ากัน เพื่อให้ตัวแทนทุกคนสามารถทำการตลาดไปพร้อมๆกันได้

 

9. ระบบสอนทำการตลาด (Training System - Online/Offline)

ในการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ คุณเองอาจจะไม่มีความรู้ในการทำธุรกิจออนไลน์ซึ่ง Dropship Supplier ก็ควรจะมีระบบการเรียนการสอนที่จะช่วยให้คนที่ไม่เคยทำธุรกิจออนไลน์หรือไม่มีพื้นฐานการทำธุรกิจสามารถเรียนรู้และสามารถเริ่มต้นทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นระบบการเรียนการสอนทางออนไลน์ เป็น E-Learning หรือการสอนในห้องเรียน หาก Dropship Supplier มองเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะของตัวแทนนั่นจะช่วยให้คุณเองที่เป็นตัวแทนสามารถพัฒนาตัวเองและมีรายได้ ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

 

 

บทสรุป

การทำธุรกิจออนไลน์แบบ Dropship ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็เหมือนกับการที่เราจับแพะชนแกะโดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย นอกจากเรียนรู้วิธีการทำการตลาดเพื่อให้เจอกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้ว สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างรายได้ในระยะยาวนั้นก็คือคุณภาพของสินค้าหรือการสนับสนุนของ Dropship Supplier นั่นเอง 

 

หากคุณเองกำลังมองหา Dropship Supplier อยู่ ลองเอาหลัก 9 ข้อนี้ไปใช้พิจารณาเพื่อที่จะเลือกเป็นตัวแทนของ Dropship Supplier เจ้านั้นดู หากมีไม่ครบ 9 ข้อนี้ คุณก็ควรจะพิจารณาให้ดี 

 

"อยากประสบความสำเร็จ ต้องฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง"

Mark Zuckerberg - ผู้ก่อตั้ง Facebook

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

ขายของออนไลน์อะไรดี?

July 29, 2018

1/3
Please reload

Recent Posts